ความรู้สึกของผมหลังจากได้เล่น FFXIII ไป 50 ชั่วโมง + บทวิเคราะห์ ทำไมถึงโดนด่าเยอะ

กระทู้จากหมวด 'All Final Fantasy' โดย ffpokemon, 21 พฤษภาคม 2012.

  1. ffpokemon Editor

    EXP: 1,687 ถูกใจที่ได้รับ: 75 คะแนน Trophy: 113
    ความจริงผมก็อนาถใจเหมือนกันที่คนอื่นเค้าเล่นจนจบไปหลายปี เลิกคุยกันไปแล้ว ผมเพิ่งมาได้เล่นเกมนี้ - -"
    แต่หลังจากได้เล่นแล้ว ขอบอกเลยครับว่าไม่เสียดาย ที่มองข้ามคำด่าเสีย ๆ หาย ๆ แล้วไปหาเกมนี้มาเล่น

    ความจริงแล้วพวกคำวิจารณ์ในแง่ลบของเกมนี้ผมว่ามันก็จริงทั้งนั้นแหละครับ ไม่ว่าจะเรื่องทางเดินเส้นตรง ไม่มีที่ซ่อนหีบสมบัติ นิสัยตัวละครบางตัวที่น่ารำคาญ
    คือต้องยอมรับจริงว่าช่วงแรกของเกมทำมาได้ห่วยมาก เนื้อเรื่องตอนแรกก็ไม่สนุก คุยอะไรกันไม่รู้เรื่องต้องไปอ่าน log (ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน) ระบบการต่อสู้ช่วงแรก ๆ ก็ยังไม่เข้าท่า

    ผมมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่าเกมนี้มีข้อผิดพลาดในความลงตัวระหว่างระบบต่อสู้กับเนื้อเรื่องไปหน่อย คือระบบการต่อสู้เกมนี้ถือว่าดีมาก และสนุกมากทีเดียวถ้าหากมี ability + role ให้ใช้เยอะ ๆ และมีกันสามคน แต่เพราะเนื้อเรื่องในช่วงแรกทำให้ตัวละครลุยกันทีละสองคน มันเลยดูไม่สมดุลย์เท่าไหร่ คล้าย ๆ กับว่าทำระบบการต่อสู้มาเสร็จก่อนแล้วค่อยมาวางใส่เนื้อเรื่องทีหลัง

    ถ้าเราย้อนไปมอง FF ภาคก่อนหน้านี้ ทุก ๆ ภาคล้วนแต่มีช่วงเวลาเริ่มต้นที่ยังไม่มีการแนะนำวิธีการพัฒนาตัวละครทั้งสิ้น ภาค 5 ช่วงแรกก็ยังไม่มี job ให้เปลี่ยน ภาค 7 ตอนเริ่มที่ Reactor#1 ก็ยังเปลี่ยนมาเทเรียไม่ได้ ภาค 10 ก็มีช่วงแรกที่ทีดัสลุยคนเดียวไม่มี sphere board ภาค 12 ตอนแรกก็ยังใส่แกมบิทไม่ได้ แต่ก็เป็นแค่ช่วงสั้น ๆ ที่เหมือน intro ของเกมมากกว่า
    แต่กับภาค 13 นั้นช่วงเวลาก่อนที่จะมี crystallium กับ paradigm shift ให้ใช้นั้น นานนนนนนนนนนนน มาก ผมมั่นใจว่าถ้าได้แผ่นเกมนี้มาฟรี ๆ จะมีคนจำนวนมากเลิกเล่นตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะมันไม่สนุกอย่างแรงครับ (แต่คนซื้อแผ่นมาเองจะเล่นต่อเพราะเสียดาย)

    นอกจากนี้ เนื้อเรื่องในช่วงแรกของภาคก่อน ๆ จะมี "ความตื่นเต้น" มาทดแทนระบบการต่อสู้ที่ยังไม่มีอะไรมาก เช่น ภาค 7 ก็มีจับเวลาวางระเบิดแถมมีลิมิตเบรคให้ตื่นตา ภาค 9 ลักพาตัวเจ้าหญิง (มีมินิเกมฟันดาบด้วยนะ) ภาค 10 มี sin + ฉาก blitzball + ผจญภัยใต้น้ำ แต่ภาค 13 นี่นอกจากตอนแรกต่อสู้ไม่สนุกแล้วเนื้อเรื่องตอนแรกยังไม่น่าติดตามอีกต่างหาก ตัวละครแต่ละตัวเก็บซ่อนปมของตัวเองได้ดีมากจนเราไม่รู้ว่าพวกมันจะทำอะไรกันแน่ (พอมาซึนแตกตอนหลังถึงเริ่มสนุก) แล้วพอเนื้อเรื่องช่วงนี้ยาวก็เลยกลายเป็นเกมไม่สนุกไป ซึ่งซ้ำรอยกับภาค 12 ที่ตอนก่อนจะมีระบบแกมบิทให้ใช้นี่สุดยอดน่าเบื่อมาก

    แต่พอมี crystallium กัีบ paradigm shift ให้ใช้เท่านั้นแหละครับ สนุกมากหยั่งกับเป็นคนละเกมเลยทีเดียว ผมจำได้เลยว่าเล่นแบบเบื่อ ๆ มานานก็มาเริ่มสนุกตอนฉากทะเลสาบคริสตัลนี่แหละ จำได้เลยว่าเกมโอเวอร์กับบอสไป 3 รอบเพราะเพิ่งจับทางได้ว่าต้องใช้ paradigm shift ให้ถูก เกมมีสีสันขึ้นเยอะครับ ต่อสู้ต้องใช้สมองไม่ใช่ฟัน ๆ อย่างเดียว

    แต่พอเริ่มสนุกไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็มาเจอดันเจี้ยนซ้ำซากช่วงกลางเรื่อง ผมล่ะสงสัยมากว่าเกมนี้ทำหลายฉากได้ดีมาก ทั้ง ทะเลสาบคริสตัล Palumpolum Gapra Whitewood Nautilus ภาพสวย องค์ประกอบดี แต่ฉากพวกนี้ใช้ครั้งเดียวทิ้งแถมสั้นอีกต่างหาก ในทางกลับกันพวกฉากที่ไม่ค่อยสวยแถมซ้ำซากเช่น Palamecia Fifth Ark กลับเอามาใช้แล้วใช้อีีก แถมยังยาว
    ความจริงแล้วผมว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหากับเนื้อเรื่องเส้นตรงเท่าไหร่นะ FF มันก็ตรงทุกภาค แต่เป็นเภททางตรงแล้วยังซ้ำซากนี่ไม่รู้จะใส่มาเยอะแยะทำไม ฉากดี ๆ สวย ๆ ก็มีไม่เอามาใช้เยอะ ๆ เฮ้อ (แต่ทางเดินตรง ๆ นี่เหมาะกับคนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาเล่นเกมมาก ไม่เครียดดี ฮ่า ๆ)

    เกมมาเริ่มสนุกถึงจุดพีคก็หลังจากผ่านช่วงเวลาซ้ำซากน่าเบื่อมาเป็นเวลาสามสิบชั่วโมงนี่แหละครับ ใน Grand Pulse นี่ยิ่งเล่นยิ่งสนุก มีอะไรให้ทำเยอะเลย แถมเกมก็ยังมีลูกเล่นทำให้เราต้องวิ่งวนไปหาฉากเก่า ๆ หลายรอบ เรียกว่าใช้แผนที่สวย ๆ ซะคุ้มเลย เชื่อว่าใคร ๆ ก็ต้องคิดแบบผมว่า แล้วทำไมไม่ทำแบบนี้กับฉากก่อน ๆ บ้าง (วะ)
    จะบอกว่าเนื้อเรื่องกำลังเครียด หดหู่ จะให้ไปทำไซด์เควสไม่ได้ ต้องลุยไปข้างหน้าอย่างเดียวเดี๋ยวไม่อินเนื้อเรื่อง แบบนี้ก็ไม่น่าจะถูก สมัย FF7 นี่อีกอาทิตย์เดียวเมเทโอถล่มโลก พวกเรายังไปเลี้ยงโจโคโบะสนุกสนานเลย คนเล่นก็ยังอินกันได้

    ใน Grand pulse นี่ระบบการต่อสู้สนุกมาก มีศัตรูหลากหลายประเภททำให้ต้องใช้กลยุทธ์หลายแบบไม่เหมือนภาคก่อน ๆ ที่พอเก่งแล้ว attack อย่างเดียว ผมชอบระบบของภาคนี้ที่จบการต่อสู้แล้วพลังเต็มนะ เพราะมันทำให้ทุกการต่อสู้โหดได้ใจ ต้องทุ่มเต็มที่ ไม่ใช่ว่าตื่นเต้นเฉพาะตอนลุยบอส ระบบการออกคำสั่งได้หลายอันในหนึ่งเทิร์นนี่ก็สร้างสรรค์มาก ทำให้เวทย์มนต์ทุกระดับมีประโยชน์ ไม่ใช่ใช้เฉพาะอันแรงสุดอย่างเดียว ส่วน paradigm shift นี่จะบอกว่ามันคือระบบ dress sphere ที่ทำเสร็จแล้วก็ว่าได้ ต้องชมว่าทำดีจริง ๆ

    สำหรับเรื่องตีเต่า ผมไม่มีปัญหานะ ตอนปั้ม sphere ของภาค 10 ก็น่าเบื่อเหมือนกัน ซ้ำซากกว่านี้อีก

    เสียดายที่หลังจาก Grand pulse เนื้อเรื่องก็เหลือไม่ไกลแล้ว กำลังสนุก ๆ อยู่จบซะงั้น ถ้าหากเนื้อเรื่องเรียงสับเปลี่ยนใหม่ซะหน่อย ทำ chapter 1 ให้สั้นลง แล้วเอา Grand pulse มาไว้กลางเกมกว่านี้ หลังจากนั้นค่อยให้ลุยต่อยาว ๆ จนจบเกม ผมว่าเกมจะสนุกมากกว่านี้หลายเท่าครับ

    ข้อดี
    - ระบบการต่อสู้ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง แต่ยังออกคำสั่งได้ัทัน (ไม่เร็วเว่อร์จนสั่งไม่ทันเหมือน X-2 แต่ก็ไม่ช้าจนเงกแบบ 8,9)
    - ในที่สุดเวทย์ดีบัฟก็มีประโยชน์แล้ว (หลังจากเจอสถานการณ์ "ลูกกระจ๊อกสาบแล้วเปลือง mp แต่พอจะสาปบอสมันดันสาปไม่ได้" มา 12 ภาค)
    - ต้องใช้กลยุทธ์หลากหลายในการเอาชนะศัตรูแต่ละตัว
    - AI ของตัวละครที่เราไม่ได้บังคับฉลาดมาก
    - มีการจำกัดการพัฒนาของตัวละครทำให้การสู้บอสตื่นเต้นมาก
    - ฉากสวย ใส่องค์ประกอบมาอย่างเต็มที่

    ข้อเสีย
    - เนื้อเรื่องมีตำนานยิ่งใหญ่ ซับซ้อน อลังการ มีปมปริศนามากมาย แต่ไม่สนุก ส่วนที่สนุกคือความสัมพันธ์ตัวละคร รวมพลังต่อสู้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีตำนานอลังการนั่นเลย (ผมว่าที่จริงตัดเรื่องตำนาน ฟัลซิ ลูซิ maker อะไรนั่นออกไปแล้วหาเหตุผลอื่นหัวพวกตัวเอกต้องการรุมกระทืบ sanctum เกมจะสนุกกว่านี้มาก - ความเห็นส่วนตัวนะครับ)
    - ช่วงแรกของเกมทำมาได้ไม่สนุกเอามาก ๆ แถมทำผิดซ้ำรอยภาค 12 อีก (ยังดีที่ระบบการต่อสู้ไม่ทำผิดซ้ำรอยภาค 12 ไปด้วย ไม่งั้นผมปาแผ่นทิ้งแน่)
    - ไซด์เควสที่ไม่มีอะไรสร้างสรรค์ไปกว่าล่ามอนสเตอร์ มินิเกมหายหมด
    - ฉากสวยจริง แต่ดันใช้ครั้งเดียวทิ้ง วนกลับไม่ได้ แต่ฉากน่าเบื่อ ๆ นี่เอามาเปลี่ยนนิด โยกหน่อย ใช้ซ้ำทั้งเกม
    - คาแรกเตอร์ดีไซน์สุดประหลาด (อีกแล้ว แต่ชินมาหลายภาคแล้ว)

    สรุปคือ เกมนี้โดนด่าเพราะมีของดี ๆ อยู่เยอะมาก แต่ดันใช้แล้วทิ้งแล้วเอาของไม่ดีมาให้เล่นนาน ๆ แทน ไม่แปลกเลยที่ director จะโดนด่าเละ (แต่คงมีคนชมฝ่ายโปรแกรมมิ่ง ฝ่ายกราฟฟิค ฯลฯ เยอะ)
    แต่ถ้าถามว่าเล่นแล้วสนุกไหม สนุกมากครับ ถึงจะยังไม่เท่าภาค 7 กับ 10 ไม่ได้ก็ตาม

    เสียดายที่หลายคนอ่านรีวิวแย่ ๆ แล้วอคติจนเล่นแป๊บเดียวเลิกจริง ๆ ครับ
    evol, eol, sensaisensai และ อีก 1 คน ถูกใจสิ่งนี้
  2. BlueSkies New Member

    EXP: 19 ถูกใจที่ได้รับ: 1 คะแนน Trophy: 3
    เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ผมละคนนึงละที่ตั้งตาราเล่นเกมนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วละ
    ถึงจะอ่านรีวิวมาว่ามัน ห่วย แย่ เน่า ขนาดไหน แต่ผมก็อยากเล่น แล้วก็รุ็สึกว่าไม่ผิดหวังครับ 1400 บาทไม่ผิดหวังจริงๆครับ
    เนื้อเรืองแนวไซไฟ นอกโลก ไฮเทค แต่มีตำนาน ไอ้ fal'cie l'cie cieth อะไรบลาๆๆ ช

    เพลงประกอบ จุดนี้ชอบมากๆครับภาคนี้ blinded by light ฟังกี่ทีก็ไม่เบื่อ ตามสถานที่ต่างๆก็โอเคครับ อย่าง archylte steppe อะไรนี่ฟังดูสมจริงดี เหมือนยุคดึกดำบรรพ์

    เรื่องเส้นตรงก็เช่นกันครับ .... คิดไปคิดมา (ภาค 10 มันก็ตรงนะ = =) มันก็เดินทางจะไป zanarkand หา final aeon กัน มันก็ไม่ต่างจากภาคนี้หรอกครับ แต่จุดที่ผมเห็นว่าแตกต่างอะ
    คือมัน กลับไปแมพเก่าๆไม่ได้ แต่ภาค 10 มันกลับได้ และกลับไปก็มีอะไรทำอยุ่เยอะแยะ
    เช่น กลับไป หมู่บ้านแรก เจอดาร์คเวลฟอร์ กลับไปห้องผู้อัญเชิญ (ที่ยูน่าเข้าไปสวดขอสัตว์อสูร) ทุกห้องจะได้ของ กลับไปฉากเดิมๆจะมี event ใหม่ๆ ไม่ให้เบื่อ ไหนจะมีการเก็บอาวุธสุดยอดอีก
    แล้วแต่ละอาวุธนี่ก็เก็บกัน นานมากกก ของทีดัสนี้ ต้องวิ่งโจโกโบะที่ฝึกเป็นแรมปี
    ถ้าใครซวยลืมเก็บอันแรก ต้องไปสู้ดาร์กบาฮามุทอีก ของริคุ ต้องวิ่งวงมันทั้งทะเลทรายอะ หนุก+กินเวลาแบบมันส์มาก

    แต่ภาคนี้อะ วิ่งวนใน pulse เบื่อก็กระโดดไป eden แคบๆ อาวุธก็อัพเอา เงินก็หายาก (= =)
    cp ยังยากเลยครับถ้าเวลเยอะๆแล้วอะ กระบอกเพชรยักษ์ ผมยังสู็ไม่ได้เลยมาที 10000needle เลือดผมไม่มีใคถึง 10000 เลย TT แล้วจะไปเวลที่ไหนนนนน

    จุดเด่นเกมนี้ดูเด่นกว่าจุดด้วยน่ะครับ เกมมันเลยดูแย่ไป ถ้าผู้เล่น ใส่ฟิวกับตัวละครหน่อยและเวลาต่อสุ้หน่อย
    แบบเวลาเรียก สัตว์อสูรมาก็ยกแข้งยกขาตามงี้ (ผมอะประจำเลย เวลาเรียก odin มาชอบทำท่าตามเจ๊ = =) ผมว่าหนุกมาก (เพ้อเจ้อละ 5555+)
  3. eol earth of lolicon!!

    EXP: 1,045 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    สงสัยโดนบ่นเรื่องใช้ฉากเปลืองเยอะ .......... 13-2 จัดหนัก วิ่งไปวิ่งมามันทุกแผนที่ - - เล่นเอาเหนื่อย (ฮา)

    - ในที่สุดเวทย์ดีบัฟก็มีประโยชน์แล้ว (หลังจากเจอสถานการณ์ "ลูกกระจ๊อกสาบแล้วเปลือง mp แต่พอจะสาปบอสมันดันสาปไม่ได้" มา 12 ภาค)
    ข้อนี้เห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง ........... ไม่เคยใช้ debuff เลย ดุ่ยๆๆๆ จนจบมาหลายต่อหลายภาค - -; ภาคนี้ ไม่ใช้ ตายหยังเขียด
  4. BoN แกนนำไร้วิญญาณ

    EXP: 1,777 ถูกใจที่ได้รับ: 66 คะแนน Trophy: 113
    จากหลักฐานที่ปรากฏ เกมออกช่วงเดือนธันวาคมของปี 2009

    แต่ช่วงเืดือนมกราคมของปีนั้น ที่ออกเดโมมา ข้อมูลสกรีนช็อตที่เปิดเผยมา ตัวเกมยังไม่มีระบบ Role เลย ยังเป็นแค่เกจ ATB หลายๆ ช่องธรรมดา ตอนนั้นลูกเล่นในการต่อสู้ยังเป็นแค่ฟันๆ งัดๆ แล้วหวดลงมา ต่างจากตัวเกมจริงที่ลูกเล่นเน้นไปที่การเปลี่ยน Role ส่วนไอ้พวกฟันงัดฟาดลง กลายเป็นอบิลิตี้ที่ทำงานอัตโนมัติเอง ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องมานั่งกดเลือกให้ถูกจังหวะ

    นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่เดโมทำออกมาต่างจากตัวเกมจริง แล้วก็ถูกวิจารณ์ ก่อนที่ทีมงานจะนำไปแก้ไขจนกลายเป็นตัวเกมจริงออกมา

    ด้วยเหตุนี้จึงค่อนข้างเชื่อได้ครับว่า.... ระบบ Role, Praradigm (Optima) พึ่งจะถูกคิดขึ้น ภายหลังเดือนมกราคม ของปี 2009.... ในช่วงที่อะไรหลายๆ อย่างใกล้เสร็จแล้ว แต่ทีมงานพึ่งมาหาข้อยุติเรื่องระบบต่อสู้ได้

    สำหรับผมแล้ว นั่นคือการ.... เร่งๆ ยัดๆ ระบบเข้ามาทีหลัง เหมือนกับเวลาทำงานแล้วเกิดข้อผิดพลาด ทว่าเวลาทำงานมันก็ใกล้หมดแล้ว ก็เลยต้องรีบๆ แก้ รีบๆ ทำ ผลลัพธ์มันเลยออกมาเป็นแบบนั้นครับ

    ภาคนี้ หลายๆ อย่าง ผมมองว่าเป็นการเอาระบบจากภาค 10 และ 10-2 มาต่อยอดจริงๆ ครับ สมกับที่เป็นทีมงานเดียวกัน
    แต่อย่างไอ้ crystarium นี่... ผมนึกว่าเค้าเอา sphere board ไปพัฒนาลงซะอีก T T ดูความหลากหลายมันน้อย

    เรื่องตีเต่า ตอนที่เกมออกใหม่ๆ ผู้คนยังไม่รู้เคล็ดลับในการตีนัก
    ผมกับเพื่อนๆ ในยุคนั้น นั่งคิดวิธีตีแบบง่ายๆ แต่ก็ตีอยู่ 2 สัปดาห์ กว่าจะได้ก้อนแพลตตินั่มพอสำหรับทำถ้วยแพลตตินั่มของเกม
    ซึ่ง 2 สัปดาห์นั้น คือช่วงเวลาที่น่าเบื่อมาก

    แต่หลังจากนั้น วิธีตีเต่าก็ถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนได้วิธีที่ดีกว่าวิธีที่พวกผมเคยใช้กันมาก
    ปรากฏว่าพอเกมภาค US ออก ผมเอาไอ้วิธีตีเต่าแบบล่าสุดไปใช้....
    แล้วก็ใช้เวลาตีแค่ 2 วันเท่านั้น ก็ได้ก้อนแพลตตินั่มมากเท่ากับที่เคยตี 2 สัปดาห์ในภาคญี่ปุ่น
    ทุกวันนี้ผมชอบย้อนกลับมาคิด ถ้าวิธีตีเต่าแบบเร็วๆ เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่ตอนเล่นภาคญี่ปุ่น ผู้คนคงไม่บ่นเรื่องเต่ากันมากขนาดนี้

    ส่วนตัวผมมองว่าเกมนี้มีปัญหาใหญ่อยู่ที่วิธีการเล่าเรื่องนะครับ.... จริงๆ แล้วเนื้อเรื่องมันธรรมดา ไม่ได้ถึงกับแย่
    แต่มันดันเล่ากระโดดไป กระโดดมา.... ถ้าคนเล่นไม่ได้ตั้งใจจะจำ... ก็จะจำไม่ได้ เรียงลำดับไม่ถูก
    ส่งผลให้เล่นไปแล้วก็งงในเหตุและผล เสียอารมณ์ ไม่อยากจะทำความเข้าใจ และกลายเป็นความรังเกียจ....

    ภาคนี้งานกำกับศิลป์ดีจริงๆ... เป็นส่วนที่ผมชื่นชมที่สุดในเกม
    รองลงมาก็คือส่วนของการกำกับอีเวนต์ มีหลายๆ อีเวนต์ที่ถ้าผู้เล่นตามอารมณ์ของตัวละครทัน เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไปโดนอะไรมา ทำไมถึงเป็นแบบนั้น ก็น่าจะอินและถูกอกถูกใจกันมาก ฉากที่เซร่าห์บอกวานิลล์ว่าการทิ้งคนที่รักไว้ข้างหลังแล้วหนีไปก็ฉากหนึ่ง ฉากเผชิญออฟานที่ไลท์นิ่งยกดาบขึ้นชี้หน้าด่าออฟานก็เป็นอีกฉากหนึ่ง ซึ่งเขียนสคริปต์มาได้ดีมาก.... (แม้ว่าภาคญี่ปุ่นและอังกฤษ สคริปต์จะไปกันคนละเรื่อง แต่ก็เจ๋งด้วยกันทั้งคู่)

    อ่อ สุดท้าย พวกกลุ่มคนเล่น FF13 กลุ่มแรกๆ ซึ่งกลายเป็นพวกแอนตีในเวลาต่อมา.... และเป็นผู้ปั่นกระแสความชังให้กับภาคนี้
    ผมเห็นหลายๆ คนเกลียดภาคนี้ แล้วบอกว่าเพราะเนื้อเรื่อง "ไม่สมเหตุสมผล"
    จริงๆ แล้วคนพวกนี้จำนวนมาก..... (ผมไม่อยากใช้คำว่าเกือบทั้งหมด แม้จะเชื่อแบบนั้น)
    เป็นคนที่อ่านบทสรุป FF13 ฉบับภาษาไทยที่ผมเขียนไว้ แล้วถูกนำไปก็อปแปะในหลายๆ ที่
    ซึ่งในบทสรุปนั้น เนื้อหาต่างๆ ผมเขียนตามที่พี่ Kyle แปลให้ ซึ่งด้วยข้อจำกัดทางภาษา พี่เค้าแปลได้ไม่หมด อธิบายได้ไม่เคลียร์
    ผมก็ได้แต่เขียนเนื้อเรื่องไปตามที่รู้ ที่ได้ฟังมา โดยก็ตระหนักรู้ครับว่าหลายๆ ประเด็นที่ผมยังไม่เข้าใจนั้น ต้องรอไปอ่านในภาค US
    ทว่าคนที่มาอ่านบทสรุปของผมจำนวนมาก ก็คิดว่าเนื้อเรื่องในเกมมันมีแค่นั้น พออ่านแล้วไม่เคลียร์ ก็สรุปว่ามันไม่สมเหตุสมผล
    แล้วก็กลายเป็นกองทัพ FF13 Hater ไป...... เพราะความชุ่ยของผมเอง....

    หลังจาก FF13 US แล้วๆ ประเด็นที่ผมคาใจทั้งหลายก็คลี่คลาย รู้แล้วว่ามันเป็นไงมาไง
    ทีนี้พอไปหลอกถามพวก Hater ว่าเนื้อเรื่องเกมมันไม่สมเหตุสมผลตรงไหน
    ก็จะเจอคำถามวนๆ อยู่กับส่วนที่ผมอธิบายในบทสรุปภาคญี่ปุ่นไว้ไม่เคลียร์....
    พอผมอธิบายให้พวก Hater ฟังว่า แท้จริงแล้วประเด็นไหน มันมีรายละเอียดยังไง จริงๆ แล้วมันต้องเป็นยังไง

    พวก Hater ก็จะหายเข้ากลีบเมฆไป.... ไม่สนใจรายละเอียด ไม่สนใจที่จะแก้ความเข้าใจผิด
    แต่ยังคงความเกลียดชังที่มีต่อภาคนี้ไว้

    First Impression เป็นอะไรที่ทรงอิทธิพลมาก และแก้ยากจริงๆ ครับ.... ดังนั้นแล้วการจะอ่านอะไร จะเชื่ออะไร ทุกคนจึงควรใช้วิจารณญาณมากๆ จะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของใคร ไม่ว่าจะโดยจงใจหรือไม่จงใจก็ตามครับ
  5. pattorix ปองๆสุดหล่อ

    EXP: 694 ถูกใจที่ได้รับ: 11 คะแนน Trophy: 88
    การดำเนินเรื่องน่าเบื่อจริงๆ ง่วงมาก แต่เนื้อเรื่องก็ไม่ได้แย่เพราะปกติเป็นคนอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า

    ศัตรูก็ซ้ำซากไปหน่อย แถมไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ

    แต่ซื้อมาตอนมันลดเหรือ 700 กว่าๆ ได้ขนาดนี้ก็หยวนๆ พอถึงท้ายเรื่องก็เล่นเพลินๆจนแพลต

    ถ้าซื้อตอนราคาเต็มๆ 1200-1500 คงได้มีบ่นๆบ้างแหละ เพราะส่วนตัวคิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะใต้กระโปรงเจ๊เครียด สั้นขนาดนั้นทำไมไม่มีเซอร์วิสกันบ้าง

    ไม่ยอมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  6. mogca モーグリ:零式

    EXP: 3,686 ถูกใจที่ได้รับ: 43 คะแนน Trophy: 98
    ^
    ^
    ถึงจะส่องได้แต่เจ๊ก็ไม่โชว์หวิวหรอก ดีไม่ดีจะเจอบ๊อกเซอร์.....แต่เซร่านี่น่าลุ้นยิ่งนัก แล้วก็ถูกดับฝันในภาค 13-2 เหมือนเดิม....

    ปล. แฟฟคุงถ้าเล่น 13-2 แล้วจะสนุกกว่านี้ครับ >..<
  7. ffpokemon Editor

    EXP: 1,687 ถูกใจที่ได้รับ: 75 คะแนน Trophy: 113
    ^
    ^
    เรื่องเซอร์วิสกับ FF นี่ผมว่าน่าจะทำใจกันได้ตั้งแต่ภาค 8 แล้วนะครับ ที่พอ scan เซลฟี่แล้วมันยอมให้หมุนได้แกนเดียว
    ขนาดภาค 12 นี่ผ้าเช็ดหน้าสองผืนยังปิดหวออาเช่ซะมิดเลย ชุดไลท์นิ่งนี่คงมิดชิดแล้วมั้งในมาตรฐานของ SQEN

    ว่าแต่คุยเรื่องระบบเกมอยู่ดี ๆ ไหงหัวข้อกลายเป็นกางเกงในไปได้ล่ะคร้าบ -.-
  8. eol earth of lolicon!!

    EXP: 1,045 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    โหลด DLC ภาค Lighning มาเล่นแล้วแบบว่า ............................... แปลไม่ออกบางช่วง 555+ (เพราะอ่านไม่ทัน)

    ปล. ลองเล่นวันแรก รอบแรก ผ่านแค่ level 4 ............. แล้ว level 0 มันจะสู้ยังไงฟระ -*-
  9. nucamsauy Member

    EXP: 30 ถูกใจที่ได้รับ: 3 คะแนน Trophy: 8
    Noted ระบบ Paradigm Shift/Optima Change สนุกที่สุด
    FFXIII & FFXIII-2, ฟันธงได้เลยครับ ตี Longui กับ OCHU มันส์มาก !!!

    [IMG]

Share This Page